[FIC] Leo X N & Ravi X N - Somebody to love

posted on 30 Jun 2016 00:29 by niji6886

 

Title : Somebody to love

Pairing : Leo X N & Ravi X N

Rating : NC

------------

 

 

“น่าเบื่อชะมัด”

 

ชาฮัคยอนบ่นอุบขณะที่ล้างมือช้าๆอย่างคนที่พยายามถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่นึกอยากกลับเข้าไปในงานแฟชั่นโชว์อะไรนั่นสักเท่าไหร่ ถ้าหากไม่ใช่งานที่ตระกูลจองเป็นตัวตั้งตัวตี เขาก็ไม่คิดจะมาด้วยซ้ำไป

 

...ก็คงจะเหมือนลูกชายเจ้าของงานนั่นแหละ เพราะเมื่อครู่เขาเห็นจองแทคอุนทำหน้าเบื่อโลกอยู่ตลอดเวลาจนคุณน้าต้องคอยปราบอยู่เรื่อย นั่นถือเป็นเรื่องสนุกเพียงเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นตอนเขาอยู่ในงานเลยก็ว่าได้

 

...ถ้าไม่นับสายตาสื่อความนัยที่คอยส่งมาให้เขาเรื่อยๆอ่ะนะ 

 

“เฮ้ย!”

 

เสียงอุทานดังขึ้นเมื่ออยู่ๆก็ถูกใครบางคนฉวยข้อมือเอาไว้แน่นขณะที่เดินออกมาจากห้องน้ำ แถมยังใช้มืออีกข้างปิดปากเอาไว้อีก แม้จะพยายามรั้งตัวเอาไว้แต่ก็สู้แรงไม่ได้จำต้องเดินตามร่างนั้นพาไป แต่พอเห็นทางเริ่มมืดไร้ผู้คนเขาก็ออกแรงดิ้นสู้อีกครั้ง

 

“พี่ฮัคยอน นี่ผมเอง”

 

จนได้ยินเสียงนั่นแหละ ร่างที่พยายามดิ้นหนีจึงหยุดลง

 

“วอนชิค! ก็บอกกันดีๆไม่ได้หรือไง เราก็นึกว่าเป็นโจร”

 

คนที่ถูกลากมาพูดพลางสะบัดตัวออกจากการจับกุมของอีกฝ่าย ซึ่งเขาก็ถูกปล่อยโดยง่าย ถึงได้เห็นว่าไอ้คนอายุน้อยกว่าแต่ดันตัวใหญ่กว่ากำลังยิ้มขบขันจนเขาอดฟาดมือใส่ไปทีไม่ได้

 

“ก็เดี๋ยวมันไม่เร้าใจพี่ไง”

 

“ไอ้บ้า!!”

 

แต่คำตอบของมันนี่สิทำเอาอยากเตะส่งมันไปไกลๆ ทว่าชาฮัคยอนกลับเลือกทำแค่เดินหนีไป เดือดร้อนอีกฝ่ายต้องวิ่งมาดักทางเอาไว้

 

“ผมคิดถึงพี่นี่น่า ไม่เจอกันตั้งหลายอาทิตย์ พี่ไม่คิดถึงผมบ้างเหรอ?”

 

ไม่พูดเปล่าเพราะชายหนุ่มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนในที่สุดริมฝีปากก็บรรจบกัน จากที่เป็นแค่สัมผัสแผ่วเบาก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นรสจูบที่รุนแรงขึ้นตามอารมณ์ของทั้งสองคนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

 

ก็คิดถึงอย่างที่อีกคนว่านั่นแหละ แถมยังอยากได้มากกว่าจูบเสียด้วยสิ...ทำยังไงดีล่ะ? ต้องโทษมือไม้ที่อยู่ไม่สุขของอีกฝ่ายนะ ทั้งลูบทั้งคลึงเขาซะขนาดนี้ ใครมันจะทนได้

 

“คืนนี้อยู่กับผมนะ”

 

มือใหญ่ส่งคีย์การ์ดห้องสูทที่ตัวเองจองเอาไว้ให้คนอายุมากกว่าแล้วก้มลงไปจูบหนักๆที่กลีบปากเย้ายวนนั่นอีกทีก่อนจะโดนอีกฝ่ายผลักอกให้ออกห่าง

 

“ที่นี่เหรอ?”

 

ฝ่ายโดนถามหัวเราะเบาๆแล้วจึงส่ายศีรษะปฏิเสธ

 

“ผมไม่กล้าล้วงคองูเห่าหรอกครับ”

 

อาจเป็นเพราะฐานะที่คนตรงหน้าวางไว้ให้เขากับผู้ชายคนนั้นก็ได้ที่ทำให้เขาไม่กล้าจะแตะต้องอะไร 'งูเห่า' ที่ว่านั่นนัก ทั้งที่พวกเขาทั้งคู่ก็ไม่ได้มีอะไรด้อยกว่ากันสักนิด ทั้งชาติตระกูล ทั้งสมบัติเงินทอง ทั้งความสามารถ

 

“งั้นก็ไปสิ”

 

ทำไมผมถึงต้องหลงในรอยยิ้มยั่วยวนของพี่ด้วยนะ

 

.

.

 

“อือออ”

 

ฮัคยอนส่งเสียงประท้วงในลำคอ ดูท่าทางเหมือนว่ากำลังจะหายใจไม่ทัน เพราะบทจูบจากเขาดำเนินขึ้นทันทีที่บานประตูห้องสูทปิดลงและมันเริ่มรุนแรงมากขึ้นๆ ถึงใบหน้าหวานจะพยายามเบือนหนีแต่ริมฝีปากหนาก็ยังเคลื่อนตามมาทาบทับอีกจนได้

 

“พี่ผิดเองนะ”

 

คิมวอนชิคกล่าวโทษร่างเล็กแต่ก็ยังไม่วายรั้งสะโพกมนให้เข้ามาแนบชิดตัวเองมากขึ้น ในขณะที่ริมฝีปากร้อนก็ลากเคลื่อนไปทั่วใบหน้าก่อนที่จะทิ้งรอยคิสมาร์กเอาไว้บนลำคอระหง ถึงจะแอบขัดใจนิดๆที่มีรอยแบบเดียวกันอยู่บ้างแล้วก็เถอะ แน่นอนว่าเขารู้ว่าเป็นฝีมือของใคร

 

“ฉันผิดยังไง?”

 

“ผิดที่ทำให้อารมณ์ผมรุนแรง พี่ยั่วให้ผมอยาก”

 

พูดจบวอนชิคก็เหวี่ยงร่างที่เล็กกว่าลงเตียงด้วยแรงที่ไม่เบานักก่อนจะตามขึ้นมาทาบทับ ขณะที่อีกคนก็จ้องมาไม่มีการหลบสายตาไปไหนพลางยกฝ่ามือขึ้นสัมผัสใบหน้าคมคายนั้นด้วยแรงพิศวาสที่ซ้อนไม่มิด

 

“คิดถึงนายจัง”

 

ได้ยินเพียงเท่านั้นมือใหญ่ก็คว้ามือของอีกฝ่ายที่แนบแก้มตัวเองอยู่ออกมาจุมพิตลงบนปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาก่อนจะกดริมฝีปากร้อนเข้ากับกลีบปากนิ่มด้วยอารมณ์โหยหาพลางปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนใต้ร่างไปด้วย

 

“ผมก็คิดถึงพี่”

 

อยู่ๆจูบเนิบนาบเมื่อครู่ก็ทวีความรุนแรงขึ้นแต่คนตัวเล็กไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวใดๆ เขาอนุญาตให้ลิ้นสากรุนรานเข้ามาผัวพันกับลิ้นตัวเองได้โดยง่าย แต่เมื่อรู้สึกว่าลมหายใจจะหมดแล้วจริงๆนั่นแหละจึงเบี่ยงหน้าหนีเพื่อเอาอากาศเข้าปอด ขณะที่วอนชิคเองก็เคลื่อนมาใช้ปากหยอกล้อกับยอดอกเม็ดเล็กทั้งสองข้างแทนโดยมีเสียงครางในลำคอดังคลอไปตลอดเวลา

 

ไม่นานแผ่นอกสีน้ำผึ้งก็เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำ แต่คนสร้างรอยดูจะยังไม่พอใจเพราะริมฝีปากนั้นไล่สร้างรอยรักต่ำลงเรื่อยๆจนถึงส่วนกลางลำตัว ร่างเล็กดิ้นพล่านเมื่อส่วนไวสัมผัสถูกครอบครองด้วยโพรงปากร้อนชื้น ยามที่ปลายลิ้นตวัดเลียบริเวณปากทางเขารู้ได้ทันทีว่าส่วนหัวของตัวเองกำลังฉ่ำเยิ้มเพียงไหน

 

“อือออ วอนชิคอ่า”

 

การดูดดุนรุนแรงเริ่มทวีความจาบจ้วงส่งผลให้เสียงเฉอะแฉะจากการที่ลิ้นสากทิ้งความชื้นร้อนระอุไว้ทั่วแก่นกายดังขึ้นตามไปด้วย สัมผัสวาบหวิวแต่ร้อนแรงนี้พาให้คนถูกปรนเปรอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงแน่น

 

“ตอนที่ผมไม่อยู่นี่ พี่กับเขามีอะไรกันบ่อยมั้ย?”

 

อยู่ๆวอนชิคก็ถามหลังจากละโพรงปากออกจากแท่งเนื้อที่ยังคงสั่นระริกแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตาหวานเยิ้มจากแรงอารมณ์ที่กำลังจ้องมองมาอย่างคนถูกขัดใจ

 

“ถามทำไม?”

 

“...แค่อยากรู้”

 

ตอบพึมพำเสียงเบาพลางมองและลากมือสัมผัสไปทั่วร่างเปล่าเปลือยที่เห็นมาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังคงกระตุ้นเร้าอารมณ์เขาได้อยู่ทุกเมื่ออย่างเพลินมือ

 

“อยากจะได้ยินจริงๆเหรอ?”

 

ร่างเล็กถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงหอบอยู่ เพียงแค่นี้เขาก็รู้คำตอบเรียบร้อยแล้ว ความหงุดหงิดใจเกิดขึ้นอย่างห้ามไม่ได้

 

“วอนชิค”

 

ประกายบางอย่างที่ฉายออกมาจากดวงตาคนด้านบนรวมไปถึงการลูบไล้ที่หยุดลงทำให้ฮัคยอนอดเรียกไม่ได้ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งไปทั้งร่าง เมื่ออยู่ๆฝ่ายนั้นก็สอดหมอนเข้าใต้สะโพกจนมันลอยสูงก่อนจะส่งเสียงครางกระเส่าเมื่อถูกรุกรานช่องทางลับกะทันหัน มือเล็กกำทึ้งผ้าปูที่นอนแน่น ทั้งร่างบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน รับรู้ได้ทุกการล่วงล้ำภายในของนิ้วยาว

 

“ในตัวพี่นี่ร้อนจัง”

 

วอนชิคไม่ได้กล่าวเกินจริงเพราะส่วนนั้นร้อนผ่าวราวกับจะหลอมละลายนิ้วเขาแถมยังบ่งบอกว่ามันไม่เพียงพอนิ้วเสียแล้ว แต่ทั้งที่รู้เขากลับบรรจงขยับนิ้วกวาดต้อนในช่องทางนั้นช้าๆ คล้ายต้องการเก็บเกี่ยวรสสัมผัสอันอ่อนนุ่ม

 

“ขะ เข้ามา...เข้ามาสักที”

 

จบคำร่างสูงก็ดึงนิ้วออกก่อนจะยกสะโพกมนขึ้นพลางสอดแทรกท่อนเนื้อร้อนเข้าไป เสียงครางขาดหายไปพร้อมกับร่างของฮัคยอนแอ่นโค้งกับแรงกระแทกนั้น มือผวาขึ้นกอดอีกฝ่ายแน่นขณะที่เรียวขาก็ยกขึ้นเกี่ยวกระหวัดไว้กับสะโพกแกร่ง ดวงตาปิดสนิทรับความเจ็บร้าวที่น่ายินดี ทุกครั้งที่ผนังนุ่มคลายตัวเขารู้สึกได้ว่าวอนชิคบุกรุกเข้าไปภายในมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดแก่นกายใหญ่นั้นก็เข้ามาหมด

 

“อ๊ะ...อ๊า”

 

เขากรีดร้องเมื่อได้รับแรงกระทั้นรุนแรงผิดจากที่เคยแต่มันกลับสร้างความเสียวซ่านทุกครั้งที่ช่องทางถูกเสียดสีอย่างหนักหน่วง และยิ่งรู้สึกคล้ายจะขาดใจมากขึ้นยามที่ส่วนปลายนั้นกระแทกตรงจุดกระสันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“เร็ว ระ...เร็วอีก วอนชิคอ่า”

 

ริมฝีปากหนากดแนบกลีบปากอิ่มที่เผยอรับอากาศแผ่วเบาราวกับตอบรับคำขอก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะจับรั้งสะโพกมนไว้แน่นพลางเพิ่มแรงกระแทกให้ถี่รัวยิ่งขึ้น สมองของฮัคยอนขาวโพลนไม่รับรู้อะไรอีกเมื่อแก่นกายของตนถูกเสียดสีอยู่ระหว่างหน้าท้องของตัวเองและอีกคนด้วยจังหวะที่รุนแรง รวดเร็ว สุดท้ายก็ปล่อยร่างกายและอารมณ์ให้วอนชิคเป็นฝ่ายชักนำแต่โดยดี

 

ไม่นานสายธารสีขุ่นก็สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าท้องของทั้งคู่พร้อมๆกับความร้อนที่อุ่นวาบอยู่ภายในช่องทาง

 

“...ยังอยากอยู่งั้นเหรอ?”

 

แม้ว่าจะเหนื่อยกับบทรักที่เพิ่งจบไป แต่ฮัคยอนก็ยังเห็นความกระหายในแววตาที่จ้องมาจากร่างที่คร่อมทับตัวเองอยู่อย่างชัดเจน

 

“ได้มั้ยล่ะครับ?”

 

คำถามที่กระซิบแผ่วอยู่ข้างใบหูพาให้ขนลุกไปทั่วทั้งร่าง ช่องทางที่คับแน่นรู้สึกถึงตัวตนของวอนชิคที่กำลังเต้นตุบอยู่ในร่าง

 

“เอาสิ”

 

ตอบกลับช้าๆพลางส่ายสะโพกอย่างเชิญชวน พยายามกลืนกินแก่นกายที่เชื่อมโยงอยู่ให้เข้าไปลึกขึ้นอย่างมักมาก ขณะที่อีกฝ่ายก็ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็กที่ชื้นเหงือ จงใจไล้นิ้วไปตามกระดูกสันหลังให้คนช่างยั่วเสียวเล่น

 

“พี่ทำให้ผมหลงตัวเองว่าเป็นคนพิเศษของพี่ตลอดเลย ... ถ้าไม่มีมัน...”

 

“จะต่อมั้ย?”

 

ร่างสูงนิ่งไปครู่ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าซุกไซร้ลาดไหล่แล้วขยับขึ้นไปยังลำคอ ฝากร่องรอยไว้สองสามจุดถึงเคลื่อนริมฝีปากขึ้นไปยังใบหน้า

 

จูบที่พรมไปทั่วทำให้ฮัคยอนหลับตาลงโดยไม่คิดห้ามปรามใดๆ ทว่าลึกลงไปแล้วเขาแค่กำลังใช้ความคิด ใช่ว่าจะไม่รู้ความรู้สึกของวอนชิค เมื่อกี้ที่ฝ่ายนั้นเงียบไปหลังจากถูกเขาขัดก็เป็นการบอกชัดอยู่แล้ว แต่ทั้งวอนชิคและแทคอุนต่างก็รู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าตราบใดที่เขายังตัดสินใจเลือกใครไม่ได้ ความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ก็จะยังคงดำเนินต่อไป และหากใครไม่พอใจ อยากจากไปเมื่อไหร่ก็ย่อมได้เสมอเช่นกัน

 

“อ๊ะ!!”

 

ฮัคยอนร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็กระแทกแก่นกายเข้ามาทีเดียวหลังจากถอนออกเสียจนเกือบสุดความยาว

 

“อย่าทำหน้าเครียดสิครับ ผมขอโทษ”

 

“แล้วกระแทกเข้ามาแบบนี้ทำไมเนี่ย!”

 

“ก็ผมเรียกพี่แล้ว แต่พี่ไม่สนใจผมเลย”

 

มือเรียวทุบเข้าที่ต้นแขนแกร่งไปทีด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะต้องผวาโอบร่างสูงไว้เป็นหลักยึดอีกครั้งพลางปล่อยให้เสียงครางกระเส่าหลุดรอดออกจากปากอิ่มยามถูกวอนชิคกระแทกแทรกกายเข้ามาจนตัวโยน

 

“คืนนี้พี่ไม่ได้นอนแน่ๆ”

 

“ก็ไม่คิดจะนอนอยู่แล้วล่ะ”

 

.

.

.

 

“จบงานคืนนั้นนายหายไปไหน? ฉันรออยู่ตั้งนาน โทรไปก็ไม่รับ”

 

ทันทีที่เจ้าของห้องก้าวเข้ามาในห้องทำงานก็ถูกเขาที่ถือวิสาสะเข้ามารออีกฝ่ายในห้องตั้งคำถามใส่ด้วยสีหน้าที่ดูนิ่งเฉยแต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกันมานานย่อมรู้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย

 

เหตุเพราะสองวันแล้วที่จองแทคอุนไม่ได้เจอหน้าชาฮัคยอนมาตั้งแต่วันงานแฟชั่นโชว์

 

แน่นอนว่าฮัคยอนก็รู้ เขาจึงเลือกที่ยิ้มหวานส่งไปให้แล้วเดินเข้าไปหาแล้วจูบเบาๆเข้าที่ข้างแก้มร่างสูงอย่างเอาใจ

 

“นายรอฉันเหรอ? ขอโทษทีนะ คืนนั้นฉันไปกับวอนชิคมา”

 

นั่นคือความจริง ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะโกหกอีกฝ่าย ยิ่งในเมื่อจองแทคอุนก็ดูจะรู้อยู่แล้วว่าเมื่อวันนั้นเขาไปไหนหรือไปทำอะไรกับใครมาแบบนี้

 

เขารู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบคนโกหกและเขาเองก็ไม่ชอบโกหกใครด้วยเช่นกัน

 

“งั้นข่าวที่ว่ามัน...หมอนั่นกลับมาแล้วก็จริงสิ”

 

ฮัคยอนตอบกลับคำถามนั้นด้วยเสียงในลำคอเท่านั้น ไม่สนใจกระทั่งน้ำเสียงแดกดันที่ได้ยิน เพราะตอนนี้ความสนใจของเขาถูกเปลี่ยนจากชายหนุ่มหุ่นนักกีฬาตรงหน้าไปยังแฟ้มเอกสารกองใหญ่บนโต๊ะทำงานแทน จะบอกว่าเป็นผลจากการที่วันนี้เข้างานสายไปเกือบสิบนาทีก็ไม่น่าใช่ ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องด่วนอะไร ดูแล้วคงต้องใช่เวลาครู่ใหญ่ในการจัดการมัน และการที่แทคอุนยังอยู่ตรงนี้คือการรบกวนเขา

 

“แทคอุนอ่า เลิกงานแล้วเราค่อยเจอกันที่ห้องนะ ถ้านายถึงก่อนก็เข้าไปรอข้างในได้เลย”

 

“ก็ได้”

 

อีกฝ่ายตอบตกลงง่ายๆอย่างที่คิดไว้ อาจจะเพราะไม่ใช่คนเซ้าซี้หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ถึงอย่างนั้นก่อนจะออกไปจากห้องทำงานชายหนุ่มก็เดินเข้าไปหาคนที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่เตรียมพร้อมที่จะทำงานแล้ว ดวงตากลมเงยขึ้นมองอีกคนที่ก้มลงมาใกล้เสียจนรู้สึกถึงลมหายใจที่อุ่นร้อน ริมฝีปากวาดเป็นรอยยิ้มน้อยๆเมื่อรู้ว่าอีกคนต้องการอะไร มือเล็กยกขึ้นโอบคออีกคนไว้ เป็นการบอกกลายๆว่าอนุญาตให้คนตัวใหญ่กว่าจูบได้

 

สัมผัสแผ่วในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความร้อนแรง เรียวลิ้นที่เกี่ยวกระหวัดอยู่กับลิ้นของเขา กำลังปลุกความต้องการให้เกิดขึ้นได้ไม่ยาก

 

“ฉันกลับก่อนล่ะ ... แล้ววันนี้เลิกงานให้ตรงเวลาด้วย”

 

แต่ก่อนที่อะไรมันเกินไปกว่าที่ควร แทคอุนก็ค่อยๆละริมฝีปากออกมาเอ่ยลาเบาๆ แล้วจึงออกไปพร้อมยิ้มที่มุมปาก ทิ้งเจ้าของห้องไว้ให้รู้สึกหงุดหงิดเล่น เพราะเหมือนถูกทำให้อยากแล้วจากไป

 

.

.

 

“ฝีมือทำอาหารของนายไม่เคยตกเลย”

 

ฮัคยอนเอ่ยชมร่างสูงที่กำลังล้างจานอยู่ในครัวหลังจากมื้อค่ำ

 

“อย่างอื่นก็ไม่ตกนะ”

 

คนที่เพิ่งล้างจานเสร็จเดินมานั่งที่โซฟาข้างๆคนที่เอ่ยชมตัวเองพลางเอนตัวเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูนิ่ม มือที่ยังคงชื้นน้ำสอดเข้าใต้เสื้อยืดตัวโคร่งเพื่อล็อคเอวเล็กไว้ไม่ให้หนีตนไปไหน ก่อนจะรุกจูบไปทั่วใบหน้าหวานแล้ววกกลับมาหยุดที่ริมฝีปากเนินนาน

 

“ไม่คิดจะไปที่เตียงหน่อยหรือไง?”

 

เจ้าของห้องเอ่ยถามคนที่จู่โจมตัวเขาด้วยน้ำเสียงขบขัน

 

วันนี้แทคอุนดูจะใจร้อนเป็นพิเศษ อันที่จริงเขาเกือบได้มีเซ็กตั้งแต่เข้ามาในห้องแล้วด้วยซ้ำ ดีที่อีกฝ่ายยังเห็นใจหลังจากที่เขาบอกว่ายังไม่ได้กินข้าวและก็หิวมาก เพราะได้กินแค่ขนมปังก้อนเดียวเป็นมื้อกลางวันเนื่องจากติดพันอยู่กับงานจนลืมเวลา

 

“เปลี่ยนที่บ้างไม่ดีเหรอ?”

 

ถึงจะถามแต่มือใหญ่กลับลงมือปลดเปลื้องเสื้อนั้นไปจนเรียบร้อยแล้ว ริมฝีปากหนากดประทับเข้ากับผิวอกเนียน พยายามไม่สนใจร่องรอยที่แม้จะไม่ได้เด่นชัดแต่ก็บอกได้ว่าเมื่อคืนก่อนเกิดอะไรขึ้นบ้างแต่ก็ยากเต็มที เพราะมันส่งผลต่อแรงที่ใช้ขบเม้นผิวเนื้อจนร่างเล็กต้องครางประท้วง ทว่าแทคอุนทำเป็นเมินเฉยต่อเสียงนั้นโดยการเร่งถอดกางเกงทั้งฮัคยอนและตัวเองออกไป

 

“...อื้อออ”  

 

ขณะเดียวกันใบหน้าหวานก็ซับสีจางๆยามสะโพกมนยกขึ้นตามฝ่ามือร้อนที่กอบกุมส่วนอ่อนไหวพลางขยับมือไป ตามความยาวที่คุ้นเคยอย่างแผ่วเบา ไม่นานนิ้วแกร่งนั่นก็เคลื่อนมานวดคลึงอยู่ตรงปากทาง แต่กลับเรียกเสียงครางกระเส่าให้ดังออกมาได้ง่ายๆ

 

“อึก!”

 

อยู่ๆแก่นกายของแทคอุนก็สอดแทรกเข้ามาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย มันเจ็บเสียจนอยากจะกรีดร้องออกมาให้สุดเสียง แต่ความเจ็บจุกทำให้เสียงเขาหายไปเสียอย่างนั้น

 

“ผ่อนคลายหน่อย ฉันเข้าไม่ได้”

 

แผ่นหลังของฮัคยอนกดเข้ากับเบาะหนังขัดมันมากขึ้น เมื่ออีกฝ่ายพยายามขยับกดดันแก่นกายเข้ามาเรื่อยๆในช่องทางนั้น ลมหายใจถูกปรับให้กลับมาอยู่ในระดับปกติอีกครั้ง ในขณะที่มือของร่างสูงเล่นกับแก่นกายที่เพิ่งเริ่มจะแข็งขึงขึ้นของเขา ช่วยให้ช่องทางที่ขมิบเกร็งผ่อนคลายลงบางแต่ก็ยังคงบีบรัดสิ่งที่แทรกเข้ามาอย่างรุนแรงอยู่ดี

 

“ไม่ชอบเหรอ?”

 

“เปล่า...อ๊ะ...แค่...แค่รู้สึกแปลกๆ...อ๊า”

 

“ทนเอาหน่อยนะแล้วกัน”

 

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นเมื่อเห็นภาพร่างโปร่งที่เปล่าเปลือยเผยให้เห็นผิวนวลเนียนทุกส่วนสัด ร่างที่กดตัวเข้ากับพนักพิงนุ่มจนจมลงเป็นรอย มือเรียวข้างหนึ่งยันไว้กับเบาะนั่งของโซฟาราวกับมันจะช่วยลดแรงกระแทกจากสะโพกที่ถูกยกขึ้นจนลอยอยู่ในอากาศ ส่วนอีกข้างหนึ่งกดจิกพนักพิงข้างหัวตัวเองเอาไว้แน่น โดยที่เขายืนอยู่บนพื้นคร่อมทับ มือทั้งสองประคองและรั้งสะโพกมนไว้ กายเชื่อมต่อกับร่างเปลือยนั้นด้วยแท่งอารมณ์ที่สอดใส่อยู่ในช่องทางด้านหลัง...

 

“เร็ว...เร็วกว่านี้หน่อย...”

 

ร่างเล็กร้องสั่งอย่างหมดความอดทน ขณะที่สวนสะโพกรับแรงกระแทกของแทคอุนเพื่อสนองความต้องการของตัวเองให้มากขึ้นจนกระทบถูกจุดกระสันถี่กว่าเดิม โดยที่อีกฝ่ายก็ให้ความร่วมมือด้วยการเร่งความรวดเร็วในขยับกายเข้าออกให้มากขึ้นและรุนแรงมากขึ้น

 

เสียงหลายๆอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ทั้งเสียงผิวเนื้อที่กระทบเสียดสี หรือเสียงเนื้อที่เสียดสีกับเบาะหนัง และเสียงครางอือและหอบหายใจ ทุกอย่างที่รวมกันได้ปลุกเร้าอารมณ์ทั้งคู่ให้ไปจนถึงขีดสุด ช่องทางนั้นตอดรัดแก่นกายของเขาถี่เสียจนร่างสูงกระหน่ำกระแทกกระทั้นเข้าใส่อย่างอดไม่ไหว

 

“อ๊ะ เดี๋ยว!!”

 

แต่แล้วอยู่ๆแทคอุนก็หยุดทุกอย่างลง ฝ่ายนั้นถอดแก่นกายออกช่องทางแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ ฮัคยอนมองการกระทำนั้นอย่างไม่เข้าใจ แต่วินาทีถัดมาก็ต้องหวีดเสียงร้องออกมาเมื่ออยู่ๆทั้งร่างก็ถูกพลิกให้ขึ้นมานั่งคุกเข่าคร่อมร่างใหญ่ทันที ส่งผลให้ต้องรีบคว้าเอาไหล่กว้างของอีกฝ่ายไว้เป็นหลักยึด

 

“ทำให้ฉันหน่อยสิ ยืนเมื่อยแล้ว”

 

แม้จะรู้สึกว่ากำลังถูกเอาเปรียบอยู่แต่เจ้าของผิวสีแทนกลับหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปสัมผัสส่วนที่ตั้งชันและกำลังขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆของอีกฝ่าย มือเรียวลูบมันแล้วเปลี่ยนเป็นการกอบกุมพร้อมกับการขยับขึ้นลงไปตามสัดส่วน ขณะเดียวกันนิ้วยาวของแทคอุนก็จู่โจมปากทางด้านหลังอีกครั้งหากคราวนี้มันบุกรุกเข้าไปภายในด้วย

 

“รีบๆรับฉันเข้าไปได้แล้วมั้ง”

 

พอได้ยินแบบนั้นมือที่ลูบไล้ท่อนเนื้อร้อนอยู่ก็จับมันแน่นขึ้นและใช้มืออีกข้างจับไหล่กว้างไว้เป็นหลัก เมื่อได้ที่ก็เริ่มกดสะโพกลงช้าๆราวกับจะค่อยๆกลืนกินแก่นกายของอีกฝ่าย

 

“อ๊ะ! อื้อออ”

 

ทันทีที่ส่วนหัวชำแรกเข้ามาก็รู้สึกถึงความเจ็บจนต้องหยุดการเคลื่อนไหวเป็นพักๆ ขณะเดียวกันผนังนุ่มของช่องทางแคบก็หดเกร็งตัวเพื่อต่อต้านสิ่งที่พยายามสอดเข้ามา แต่มันกลับยิ่งทำให้ทั้งคู่รับรู้ถึงตัวตนและความเสียวซ่านที่เพิ่มมากขึ้น ในที่สุดแก่นกายก็เข้าไปภายในได้จนหมด มือทั้งสองรั้งรอบคอแทคอุนไว้แน่นราวกับจะบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าส่วนนั้นมันเข้ามาลึกกว่าเมื่อครู่มากจนทำให้รู้สึกอึดอัด แต่ก็พักได้เพียงไม่นานเพราะร่างสูงเริ่มขยับเอวเป็นเชิงบอกให้เขาเริ่มได้แล้ว มือที่อยู่บนไหล่กว้างจึงตีเข้าที่ต้นแขนคนรอไม่เป็นไปแรงๆทีหนึ่ง

 

ทว่าสายตาที่มีแววขุ่นเคืองนั้นแทคอุนกลับมองว่ามันน่ารักเสียจนอยากกลืนกินคนตรงหน้าเสียตอนนี้เลย

 

“...ถ้าตอนนี้นายยังไม่ขยับเอง ฉันไม่รับรองว่าพรุ่งนี้นายจะลุกขึ้นเดินได้นะฮัคยอน”

 

คำพูดที่จงใจกระซิบข้างใบหูนั่นส่งผลให้ขนลุกไปทั่วร่าง ที่จริงอาจเป็นเพราะฝ่ามือที่เริ่มลูบไปตามร่างกายเขาด้วยนั่นแหละ และมันคือแรงขับชั้นยอดที่ทำให้ฮัคยอนเริ่มขยับสะโพกขึ้นลงจากช้าๆ แล้วยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

 

เสียงผิวเนื้อกระทบเสียดสีกันเกิดขึ้นยามที่การขยับกายรุนแรงมากขึ้น อีกทั้งร่างสูงก็ขยับกายสวนกลับรับแรงกระแทกในจังหวะที่ฮัคยอนกระแทกกายลงมาทุกครั้งเร่งให้เสียงครางหวานกังวานอยู่ข้างหู และยิ่งร่างกายตรงหน้าบิดร้องครวญครางมากเท่าไหร่ก็ยิ่งยั่วให้อีกคนกระแทกสวนกลับรุนแรงขึ้นเท่านั้น ซ้ำมือใหญ่ยังเลื่อนมาบีบเค้นแก่นกายของคนตัวเล็กพลางชักมันขึ้นลงตามจังหวะการกระแทก ส่งผลให้นิ้วมือของคนที่ถูกปลุกปั่นจิกนิ้วมือลงกับพนักโซฟาแน่น

 

“แทคอุน...ฉะ...ฉัน...อ๊ะ!”

 

ร่างโปร่งกระชากเสียงร้องสูงขึ้นเมื่อร่างสูงขยับกายกระแทกจุดกระสันถี่ซ้ำอย่างกับจะกลั่นแกล้งกัน ชายเจ้าของชื่อเพียงยกคิ้วขึ้นคล้ายจะถามว่าอะไรแต่ยังคงใช้มือบีบคลึงสะโพกเขาอย่างเมามัน ส่วนริมฝีปากก็ทิ้งร่องรอยซ้ำแล้วซ้ำเล่าไว้บนผิวกายตั้งแต่ลาดไหล่ลงมาถึงแผ่นอก

 

“ไม่...ไม่ไหวแล้ว...ชะ ช่วยฉันที...อื้อออ”

 

แทคอุนยกยิ้มอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะประกบปิดริมฝีปากอิ่มที่แดงช้ำแล้วเข้าเกี่ยวกระหวัดเล่นกับลิ้นนุ่ม ขณะที่ฝ่ามือร้อนก็สัมผัสลูบไล้แก่นเนื้อที่สั่นกระริก เขาเงยหน้ามองฮัคยอนที่กำลังบิดเร่าอยู่บนตักอย่างกระหาย

 

ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาจะหลงและติดกับคนที่แตกต่างกันแทบทุกประการกับตัวเองอย่างชาฮัคยอนได้ เขาไม่ชอบความวุ่นวายในทุกรูปแบบ แต่อีกคนชอบเข้าสังคม มีเพื่อนฝูงเยอะแยะ มนุษย์สัมพันธ์ดี ... เรียกว่าดีเกินไปจะถูกกว่า

 

“อยากไปแล้วใช่มั้ย?”

 

คนถูกถามรีบพยักตอบคำพูดนั้น นั่นทำให้คนพูดเร่งขยับร่างกายพาอีกฝ่ายไปถึงฝั่งฝัน จนในที่สุดสาธารสีขาวขุ่นก็พวยพุ่งออกมายามที่เดินทางมาถึงขีดสุดของห่วงอารมณ์ ขณะที่แทคอุนยังคงใช้มือขยับโยกสะโพกฮัคยอนให้ขึ้นลงต่อไปแม้เจ้าตัวจะหมดแรงไปแล้ว และไม่นานความปรารถนาของเขาก็ปลดปล่อยตามออกมา

 

ฮัคยอนซบลงกับไหล่กว้างด้วยอาการหมดแรง ปากอ้าหอบเพราะต้องการออกซิเจนเข้าร่างกายให้มากที่สุด แต่กลับต้องร้องออกมาอย่างตกใจยามที่ถูกแทคอุนประคองร่างเอาไว้เพื่อจะถอนกายออก และทันทีที่ส่วนนั้นหลุดออกมาชายหนุ่มก็ปรับท่าให้เขาลงไปนอนอยู่บนเบาะกว้างของโซฟาแทน

 

“นายเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมวันนี้ถึงรุนแรงกับฉันจัง?”

 

ฝ่ายถูกทำรุนแรงถามด้วยความสงสัย ถึงจะมีคำตอบอยู่ในใจไว้แต่ก็ยังอยากรู้ให้แน่ชัด เพราะไม่บ่อยนักที่แทคอุนจะจู่โจมเขารวดเร็วแบบวันนี้ ปกติร่างสูงจะเป็นพวกละเอียดอ่อน ชอบเก็บเกี่ยวทุกสัมผัส แต่ฮัคยอนก็ไม่ปฏิเสธหรอกว่าเขาชอบเวลาที่ชายหนุ่มรุนแรงใส่แบบนี้ ... มันน่าตื่นเต้นดีจะตายไป

 

“ถามทั้งที่รู้ดีอยู่แล้ว ... แบบนี้ควรทำโทษดีมั้ย?”

 

พอได้ยินแบบนั้นฮัคยอนก็หัวเราะร่วนพลางยกมือขึ้นมาโอบร่างสูงที่ขึ้นคร่อมตัวเองไว้ ทั้งสองร่างขยับเข้าใกล้กันโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยกโอบรอบคอของอีกคนก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน ลิ้นร้อนของแทคอุนล่วงล้ำเข้ามาอย่างนุ่มนวลและเชื่องช้าคล้ายกับจะหลอมละลายโพรงปากนุ่ม ... ช่างเป็นจูบที่เร่าร้อนและช่ำชอง สมกับที่เป็นคนรู้จุดอ่อนทุกสิ่งทุกอย่างของตัวเขาทั้งหมด

 

ระหว่างที่บทจูบดำเนินไปชั่วขณะหนึ่งร่างเล็กก็หวนคิดถึงรสจูบของวอนชิกขึ้นมา ทั้งที่เป็นจูบเหมือนกันแต่มันกลับไม่เหมือนกันสักนิด ทั้งที่ร้อนแรงกันทั้งคู่ แต่ลึกๆแล้วเขารู้สึกได้ว่ามันแตกต่าง ทว่ามันก็ทำให้เขารู้สึกดีทั้งคู่ เพราะอย่างนี้เขาถึงตอบไม่ได้จริงๆว่าระหว่างใครดีกว่ากัน เขาชอบทั้งคู่ และตราบที่คนทั้งคู่ยังชอบเขา รวมไปถึงรับความจริงข้อนี้ได้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเลือกแค่ใครคนใดคนหนึ่ง

 

“สองวันมานี่ นายไปเจอมันหรือเปล่า?”

 

“เปล่า ช่วงนี้งานฉันเยอะ กว่าจะจัดการงานเสร็จกลับมาก็หลับเป็นตายแล้ว”

 

เป็นอย่างที่คิดไว้ว่าเพราะเรื่องของวอนชิกจริงๆ อันที่จริงมันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งอยู่แล้วล่ะ แต่ที่ครั้งนี้ดูอารมณ์ไม่ดีมากอาจเป็นเพราะการที่ไม่ได้เจอกันตลอดสองวันนั่นแหละ เพราะช่วงนี้เขางานเยอะจนแทบไม่มีเวลาเป็นของตัวเองเลย และอีกฝ่ายก็คงเป็นเหมือนกันถึงได้พึ่งมาหาเอาป่านนี้

 

“เรื่องวอนชิกก็ส่วนวอนชิกสิ ตอนนี้มันเป็นแค่เรื่องของเรา”

 

“หวังว่าจะไม่พูดแบบนี้กับหมอนั่นด้วยนะ”

 

ถึงเขาจะทำใจยอมรับการที่คนตรงหน้ามีเซ็กกับใครอีกคนได้ ก็ใช่ว่าเขาจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับเรื่องนี้เลยเสียหน่อย ทุกครั้งที่รู้ว่าฮัคยอนอยู่กับไอ้รุ่นน้องคนนั้นใจเขาก็ร้อนรนจะตายอยู่แล้ว แต่ในเมื่อเขาหลวมตัวเข้ามาอยู่ในเกมของอีกฝ่ายเองแล้วจะทำอะไรได้

 

“ไม่เคยนะ พูดแบบนี้กับนายแค่คนเดียวแหละ”

 

แทคอุนรู้ว่านั่นไม่ใช่คำโกหก ฮัคยอนไม่เคยโกหกเขาและก็เป็นคนไม่ชอบการโกหกเหมือนกับเขา

 

เพียงเท่านั้นรอยยิ้มถูกใจก็ฉาบบนใบหน้าคมก่อนจะชิงจูบกลีบปากอิ่มของร่างเล็กอย่างไม่ให้ทันได้ตั้งตัว เสียงครางอือในลำคอเกิดขึ้นเมื่อแทคอุนยังคงไม่ถอนริมฝีปากออกไป ลิ้นยังคงเกี่ยวกระหวัดกวาดไปทั่วโพรงปากอุ่นอย่างเอาแต่ใจ จนถูกฝ่ามือเรียวทุบเอาเบาๆนั้นแหละร่างสูงถึงยอมละออกมา

 

“พูดแบบนี้แสดงว่าไม่อยากนอนใช่มั้ยฮัคยอน”

 

“เปล่าสักหน่อย”

 

ปฏิเสธไปอย่างไม่จริงจังนัก เพราะต่างรู้กันอยู่แล้วว่าต่างฝ่ายต่างยังคงต้องการกันและกันอยู่ เรียวขาทั้งสองของคนที่อยู่ข้างล่างอ้าออกจากกันเมื่อแทคอุนขยับตัวลงเสียจนแนบชิดไปทั้งร่าง ฝ่ามือใหญ่ทั้งสองเริ่มลูบไล้ผิวกายเขาไปทั่วอีกครั้ง ไหนจะสายตาที่ใช้มองมาซึ่งมันบ่งบอกความต้องการได้อย่างชัดเจน

 

“ครั้งนี้เบาๆหน่อยนะ แค่เมื่อกี้ก็ระบมไปหมดแล้ว”

 

ฮัคยอนเอ่ยขอเสียงแผ่วซึ่งก็เรียกรอยยิ้มจากอีกคนได้ทันที แทคอุนจูบไล้ตามโครงหน้าหวานโดยไม่หยุดมือที่สัมผัสไปทั้งร่างกายสมส่วนพอดีมือตนเองลงแม้เพียงเสี้ยววิ   

 

“แน่ใจเหรอว่าอยากให้เบานะ?”

 

“บ้า!!!”

 

 

 

END