[FIC] Leo X N & Ravi X N - Somebody to love

posted on 30 Jun 2016 00:29 by niji6886

 

Title : Somebody to love

Pairing : Leo X N & Ravi X N

Rating : NC

------------

 

 

“น่าเบื่อชะมัด”

 

ชาฮัคยอนบ่นอุบขณะที่ล้างมือช้าๆอย่างคนที่พยายามถ่วงเวลาให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะไม่นึกอยากกลับเข้าไปในงานแฟชั่นโชว์อะไรนั่นสักเท่าไหร่ ถ้าหากไม่ใช่งานที่ตระกูลจองเป็นตัวตั้งตัวตี เขาก็ไม่คิดจะมาด้วยซ้ำไป

 

...ก็คงจะเหมือนลูกชายเจ้าของงานนั่นแหละ เพราะเมื่อครู่เขาเห็นจองแทคอุนทำหน้าเบื่อโลกอยู่ตลอดเวลาจนคุณน้าต้องคอยปราบอยู่เรื่อย นั่นถือเป็นเรื่องสนุกเพียงเรื่องเดียวที่เกิดขึ้นตอนเขาอยู่ในงานเลยก็ว่าได้

 

...ถ้าไม่นับสายตาสื่อความนัยที่คอยส่งมาให้เขาเรื่อยๆอ่ะนะ 

 

“เฮ้ย!”

 

เสียงอุทานดังขึ้นเมื่ออยู่ๆก็ถูกใครบางคนฉวยข้อมือเอาไว้แน่นขณะที่เดินออกมาจากห้องน้ำ แถมยังใช้มืออีกข้างปิดปากเอาไว้อีก แม้จะพยายามรั้งตัวเอาไว้แต่ก็สู้แรงไม่ได้จำต้องเดินตามร่างนั้นพาไป แต่พอเห็นทางเริ่มมืดไร้ผู้คนเขาก็ออกแรงดิ้นสู้อีกครั้ง

 

“พี่ฮัคยอน นี่ผมเอง”

 

จนได้ยินเสียงนั่นแหละ ร่างที่พยายามดิ้นหนีจึงหยุดลง

 

“วอนชิค! ก็บอกกันดีๆไม่ได้หรือไง เราก็นึกว่าเป็นโจร”

 

คนที่ถูกลากมาพูดพลางสะบัดตัวออกจากการจับกุมของอีกฝ่าย ซึ่งเขาก็ถูกปล่อยโดยง่าย ถึงได้เห็นว่าไอ้คนอายุน้อยกว่าแต่ดันตัวใหญ่กว่ากำลังยิ้มขบขันจนเขาอดฟาดมือใส่ไปทีไม่ได้

 

“ก็เดี๋ยวมันไม่เร้าใจพี่ไง”

 

“ไอ้บ้า!!”

 

แต่คำตอบของมันนี่สิทำเอาอยากเตะส่งมันไปไกลๆ ทว่าชาฮัคยอนกลับเลือกทำแค่เดินหนีไป เดือดร้อนอีกฝ่ายต้องวิ่งมาดักทางเอาไว้

 

“ผมคิดถึงพี่นี่น่า ไม่เจอกันตั้งหลายอาทิตย์ พี่ไม่คิดถึงผมบ้างเหรอ?”

 

ไม่พูดเปล่าเพราะชายหนุ่มเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้จนในที่สุดริมฝีปากก็บรรจบกัน จากที่เป็นแค่สัมผัสแผ่วเบาก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นรสจูบที่รุนแรงขึ้นตามอารมณ์ของทั้งสองคนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่

 

ก็คิดถึงอย่างที่อีกคนว่านั่นแหละ แถมยังอยากได้มากกว่าจูบเสียด้วยสิ...ทำยังไงดีล่ะ? ต้องโทษมือไม้ที่อยู่ไม่สุขของอีกฝ่ายนะ ทั้งลูบทั้งคลึงเขาซะขนาดนี้ ใครมันจะทนได้

 

“คืนนี้อยู่กับผมนะ”

 

มือใหญ่ส่งคีย์การ์ดห้องสูทที่ตัวเองจองเอาไว้ให้คนอายุมากกว่าแล้วก้มลงไปจูบหนักๆที่กลีบปากเย้ายวนนั่นอีกทีก่อนจะโดนอีกฝ่ายผลักอกให้ออกห่าง

 

“ที่นี่เหรอ?”

 

ฝ่ายโดนถามหัวเราะเบาๆแล้วจึงส่ายศีรษะปฏิเสธ

 

“ผมไม่กล้าล้วงคองูเห่าหรอกครับ”

 

อาจเป็นเพราะฐานะที่คนตรงหน้าวางไว้ให้เขากับผู้ชายคนนั้นก็ได้ที่ทำให้เขาไม่กล้าจะแตะต้องอะไร 'งูเห่า' ที่ว่านั่นนัก ทั้งที่พวกเขาทั้งคู่ก็ไม่ได้มีอะไรด้อยกว่ากันสักนิด ทั้งชาติตระกูล ทั้งสมบัติเงินทอง ทั้งความสามารถ

 

“งั้นก็ไปสิ”

 

ทำไมผมถึงต้องหลงในรอยยิ้มยั่วยวนของพี่ด้วยนะ

 

.

.

 

“อือออ”

 

ฮัคยอนส่งเสียงประท้วงในลำคอ ดูท่าทางเหมือนว่ากำลังจะหายใจไม่ทัน เพราะบทจูบจากเขาดำเนินขึ้นทันทีที่บานประตูห้องสูทปิดลงและมันเริ่มรุนแรงมากขึ้นๆ ถึงใบหน้าหวานจะพยายามเบือนหนีแต่ริมฝีปากหนาก็ยังเคลื่อนตามมาทาบทับอีกจนได้

 

“พี่ผิดเองนะ”

 

คิมวอนชิคกล่าวโทษร่างเล็กแต่ก็ยังไม่วายรั้งสะโพกมนให้เข้ามาแนบชิดตัวเองมากขึ้น ในขณะที่ริมฝีปากร้อนก็ลากเคลื่อนไปทั่วใบหน้าก่อนที่จะทิ้งรอยคิสมาร์กเอาไว้บนลำคอระหง ถึงจะแอบขัดใจนิดๆที่มีรอยแบบเดียวกันอยู่บ้างแล้วก็เถอะ แน่นอนว่าเขารู้ว่าเป็นฝีมือของใคร

 

“ฉันผิดยังไง?”

 

“ผิดที่ทำให้อารมณ์ผมรุนแรง พี่ยั่วให้ผมอยาก”

 

พูดจบวอนชิคก็เหวี่ยงร่างที่เล็กกว่าลงเตียงด้วยแรงที่ไม่เบานักก่อนจะตามขึ้นมาทาบทับ ขณะที่อีกคนก็จ้องมาไม่มีการหลบสายตาไปไหนพลางยกฝ่ามือขึ้นสัมผัสใบหน้าคมคายนั้นด้วยแรงพิศวาสที่ซ้อนไม่มิด

 

“คิดถึงนายจัง”

 

ได้ยินเพียงเท่านั้นมือใหญ่ก็คว้ามือของอีกฝ่ายที่แนบแก้มตัวเองอยู่ออกมาจุมพิตลงบนปลายนิ้วอย่างแผ่วเบาก่อนจะกดริมฝีปากร้อนเข้ากับกลีบปากนิ่มด้วยอารมณ์โหยหาพลางปลดเปลื้องเสื้อผ้าของคนใต้ร่างไปด้วย

 

“ผมก็คิดถึงพี่”

 

อยู่ๆจูบเนิบนาบเมื่อครู่ก็ทวีความรุนแรงขึ้นแต่คนตัวเล็กไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวใดๆ เขาอนุญาตให้ลิ้นสากรุนรานเข้ามาผัวพันกับลิ้นตัวเองได้โดยง่าย แต่เมื่อรู้สึกว่าลมหายใจจะหมดแล้วจริงๆนั่นแหละจึงเบี่ยงหน้าหนีเพื่อเอาอากาศเข้าปอด ขณะที่วอนชิคเองก็เคลื่อนมาใช้ปากหยอกล้อกับยอดอกเม็ดเล็กทั้งสองข้างแทนโดยมีเสียงครางในลำคอดังคลอไปตลอดเวลา

 

ไม่นานแผ่นอกสีน้ำผึ้งก็เต็มไปด้วยรอยแดงช้ำ แต่คนสร้างรอยดูจะยังไม่พอใจเพราะริมฝีปากนั้นไล่สร้างรอยรักต่ำลงเรื่อยๆจนถึงส่วนกลางลำตัว ร่างเล็กดิ้นพล่านเมื่อส่วนไวสัมผัสถูกครอบครองด้วยโพรงปากร้อนชื้น ยามที่ปลายลิ้นตวัดเลียบริเวณปากทางเขารู้ได้ทันทีว่าส่วนหัวของตัวเองกำลังฉ่ำเยิ้มเพียงไหน

 

“อือออ วอนชิคอ่า”

 

การดูดดุนรุนแรงเริ่มทวีความจาบจ้วงส่งผลให้เสียงเฉอะแฉะจากการที่ลิ้นสากทิ้งความชื้นร้อนระอุไว้ทั่วแก่นกายดังขึ้นตามไปด้วย สัมผัสวาบหวิวแต่ร้อนแรงนี้พาให้คนถูกปรนเปรอสั่นสะท้านไปทั้งร่าง มือเล็กขยุ้มผ้าปูเตียงแน่น

 

“ตอนที่ผมไม่อยู่นี่ พี่กับเขามีอะไรกันบ่อยมั้ย?”

 

อยู่ๆวอนชิคก็ถามหลังจากละโพรงปากออกจากแท่งเนื้อที่ยังคงสั่นระริกแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบกับดวงตาหวานเยิ้มจากแรงอารมณ์ที่กำลังจ้องมองมาอย่างคนถูกขัดใจ

 

“ถามทำไม?”

 

“...แค่อยากรู้”

 

ตอบพึมพำเสียงเบาพลางมองและลากมือสัมผัสไปทั่วร่างเปล่าเปลือยที่เห็นมาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ยังคงกระตุ้นเร้าอารมณ์เขาได้อยู่ทุกเมื่ออย่างเพลินมือ

 

“อยากจะได้ยินจริงๆเหรอ?”

 

ร่างเล็กถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ยังคงหอบอยู่ เพียงแค่นี้เขาก็รู้คำตอบเรียบร้อยแล้ว ความหงุดหงิดใจเกิดขึ้นอย่างห้ามไม่ได้

 

“วอนชิค”

 

ประกายบางอย่างที่ฉายออกมาจากดวงตาคนด้านบนรวมไปถึงการลูบไล้ที่หยุดลงทำให้ฮัคยอนอดเรียกไม่ได้ แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งไปทั้งร่าง เมื่ออยู่ๆฝ่ายนั้นก็สอดหมอนเข้าใต้สะโพกจนมันลอยสูงก่อนจะส่งเสียงครางกระเส่าเมื่อถูกรุกรานช่องทางลับกะทันหัน มือเล็กกำทึ้งผ้าปูที่นอนแน่น ทั้งร่างบิดเร่าด้วยความเสียวซ่าน รับรู้ได้ทุกการล่วงล้ำภายในของนิ้วยาว

 

“ในตัวพี่นี่ร้อนจัง”

 

วอนชิคไม่ได้กล่าวเกินจริงเพราะส่วนนั้นร้อนผ่าวราวกับจะหลอมละลายนิ้วเขาแถมยังบ่งบอกว่ามันไม่เพียงพอนิ้วเสียแล้ว แต่ทั้งที่รู้เขากลับบรรจงขยับนิ้วกวาดต้อนในช่องทางนั้นช้าๆ คล้ายต้องการเก็บเกี่ยวรสสัมผัสอันอ่อนนุ่ม

 

“ขะ เข้ามา...เข้ามาสักที”

 

จบคำร่างสูงก็ดึงนิ้วออกก่อนจะยกสะโพกมนขึ้นพลางสอดแทรกท่อนเนื้อร้อนเข้าไป เสียงครางขาดหายไปพร้อมกับร่างของฮัคยอนแอ่นโค้งกับแรงกระแทกนั้น มือผวาขึ้นกอดอีกฝ่ายแน่นขณะที่เรียวขาก็ยกขึ้นเกี่ยวกระหวัดไว้กับสะโพกแกร่ง ดวงตาปิดสนิทรับความเจ็บร้าวที่น่ายินดี ทุกครั้งที่ผนังนุ่มคลายตัวเขารู้สึกได้ว่าวอนชิคบุกรุกเข้าไปภายในมากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดแก่นกายใหญ่นั้นก็เข้ามาหมด

 

“อ๊ะ...อ๊า”

 

เขากรีดร้องเมื่อได้รับแรงกระทั้นรุนแรงผิดจากที่เคยแต่มันกลับสร้างความเสียวซ่านทุกครั้งที่ช่องทางถูกเสียดสีอย่างหนักหน่วง และยิ่งรู้สึกคล้ายจะขาดใจมากขึ้นยามที่ส่วนปลายนั้นกระแทกตรงจุดกระสันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“เร็ว ระ...เร็วอีก วอนชิคอ่า”

 

ริมฝีปากหนากดแนบกลีบปากอิ่มที่เผยอรับอากาศแผ่วเบาราวกับตอบรับคำขอก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะจับรั้งสะโพกมนไว้แน่นพลางเพิ่มแรงกระแทกให้ถี่รัวยิ่งขึ้น สมองของฮัคยอนขาวโพลนไม่รับรู้อะไรอีกเมื่อแก่นกายของตนถูกเสียดสีอยู่ระหว่างหน้าท้องของตัวเองและอีกคนด้วยจังหวะที่รุนแรง รวดเร็ว สุดท้ายก็ปล่อยร่างกายและอารมณ์ให้วอนชิคเป็นฝ่ายชักนำแต่โดยดี

 

ไม่นานสายธารสีขุ่นก็สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าท้องของทั้งคู่พร้อมๆกับความร้อนที่อุ่นวาบอยู่ภายในช่องทาง

 

“...ยังอยากอยู่งั้นเหรอ?”

 

แม้ว่าจะเหนื่อยกับบทรักที่เพิ่งจบไป แต่ฮัคยอนก็ยังเห็นความกระหายในแววตาที่จ้องมาจากร่างที่คร่อมทับตัวเองอยู่อย่างชัดเจน

 

“ได้มั้ยล่ะครับ?”

 

คำถามที่กระซิบแผ่วอยู่ข้างใบหูพาให้ขนลุกไปทั่วทั้งร่าง ช่องทางที่คับแน่นรู้สึกถึงตัวตนของวอนชิคที่กำลังเต้นตุบอยู่ในร่าง

 

“เอาสิ”

 

ตอบกลับช้าๆพลางส่ายสะโพกอย่างเชิญชวน พยายามกลืนกินแก่นกายที่เชื่อมโยงอยู่ให้เข้าไปลึกขึ้นอย่างมักมาก ขณะที่อีกฝ่ายก็ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็กที่ชื้นเหงือ จงใจไล้นิ้วไปตามกระดูกสันหลังให้คนช่างยั่วเสียวเล่น

 

“พี่ทำให้ผมหลงตัวเองว่าเป็นคนพิเศษของพี่ตลอดเลย ... ถ้าไม่มีมัน...”

 

“จะต่อมั้ย?”

 

ร่างสูงนิ่งไปครู่ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าซุกไซร้ลาดไหล่แล้วขยับขึ้นไปยังลำคอ ฝากร่องรอยไว้สองสามจุดถึงเคลื่อนริมฝีปากขึ้นไปยังใบหน้า

 

จูบที่พรมไปทั่วทำให้ฮัคยอนหลับตาลงโดยไม่คิดห้ามปรามใดๆ ทว่าลึกลงไปแล้วเขาแค่กำลังใช้ความคิด ใช่ว่าจะไม่รู้ความรู้สึกของวอนชิค เมื่อกี้ที่ฝ่ายนั้นเงียบไปหลังจากถูกเขาขัดก็เป็นการบอกชัดอยู่แล้ว แต่ทั้งวอนชิคและแทคอุนต่างก็รู้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าตราบใดที่เขายังตัดสินใจเลือกใครไม่ได้ ความสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ก็จะยังคงดำเนินต่อไป และหากใครไม่พอใจ อยากจากไปเมื่อไหร่ก็ย่อมได้เสมอเช่นกัน

 

“อ๊ะ!!”

 

ฮัคยอนร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็กระแทกแก่นกายเข้ามาทีเดียวหลังจากถอนออกเสียจนเกือบสุดความยาว

 

“อย่าทำหน้าเครียดสิครับ ผมขอโทษ”

 

“แล้วกระแทกเข้ามาแบบนี้ทำไมเนี่ย!”

 

“ก็ผมเรียกพี่แล้ว แต่พี่ไม่สนใจผมเลย”

 

มือเรียวทุบเข้าที่ต้นแขนแกร่งไปทีด้วยความหงุดหงิดใจ ก่อนจะต้องผวาโอบร่างสูงไว้เป็นหลักยึดอีกครั้งพลางปล่อยให้เสียงครางกระเส่าหลุดรอดออกจากปากอิ่มยามถูกวอนชิคกระแทกแทรกกายเข้ามาจนตัวโยน

 

“คืนนี้พี่ไม่ได้นอนแน่ๆ”

 

“ก็ไม่คิดจะนอนอยู่แล้วล่ะ”

 

.

.

.

 

“จบงานคืนนั้นนายหายไปไหน? ฉันรออยู่ตั้งนาน โทรไปก็ไม่รับ”

 

ทันทีที่เจ้าของห้องก้าวเข้ามาในห้องทำงานก็ถูกเขาที่ถือวิสาสะเข้ามารออีกฝ่ายในห้องตั้งคำถามใส่ด้วยสีหน้าที่ดูนิ่งเฉยแต่สำหรับคนที่คุ้นเคยกันมานานย่อมรู้ว่าเขากำลังอารมณ์ไม่ดีเอาเสียเลย

 

เหตุเพราะสองวันแล้วที่จองแทคอุนไม่ได้เจอหน้าชาฮัคยอนมาตั้งแต่วันงานแฟชั่นโชว์

 

แน่นอนว่าฮัคยอนก็รู้ เขาจึงเลือกที่ยิ้มหวานส่งไปให้แล้วเดินเข้าไปหาแล้วจูบเบาๆเข้าที่ข้างแก้มร่างสูงอย่างเอาใจ

&nb